เคล็ดความงาม

สารพัดประโยชน์ของเยื่อไผ่…ลดการอักเสบ ฟื้นฟูเซลล์ผิว

2 เห็ดเยื่อไผ่2

ทุกคนคงอยากมีใบหน้าที่ขาวใส ไร้ริ้วรอยหมองคล้ำ ดูเต่งตึง อ่อนกว่าวัยกันทั้งนั้นใช่มั้ยคะ การกินอาหารที่ดีมีคุณภาพเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เรามีผิวพรรณที่ดีได้นะคะ “เห็ดเยื่อไผ่” หรือที่เรารู้จักกันว่า “เยื่อไผ่” เป็นตัวเลือกที่ดีตัวหนึ่งเลยล่ะค่ะ

เรามาทำความรู้จักเห็ดเยื่อไผ่กันก่อนดีกว่าว่าคืออะไร

เห็ดเยื่อไผ่ หรือ Bamboo mushroom พบได้ในทุกภาคของประเทศไทย ชอบอยู่ตามพื้นดินในที่ชื้น ซึ่งลักษณะของเห็ดชนิดนี้ต่างจากเห็ดอื่นๆ คือ จะมีกระโปรงตาข่ายหลากหลายสี ขึ้นอยู่กับชนิดของมัน บางชนิดจะมีหมวกสีดำหรือเทาอยู่ด้านบนด้วย ในประเทศไทยพบเห็ดเยื่อไผ่อยู่ 5 สายพันธุ์ ที่สำคัญ ไม่ใช่ว่าเห็ดเยื่อไผ่ทุกชนิดจะกินได้นะคะ!!!! เห็ดเยื่อไผ่ที่เรากินมี 2 ชนิด คือเห็ดเยื่อไผ่กระโปรงยาวสีขาว และเห็ดเยื่อไผ่กระโปรงสั้นสีขาว

ที่มาของเห็ดเยื่อไผ่ ชาวจีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิงถวายเห็ดเยื่อไผ่ให้จักรพรรดิ เพื่อนำมาทำอาหารบำรุงร่างกาย เพราะเห็ดนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดอย่างของยาอายุวัฒนะ ในตำราจีนใช้เห็ดเยื่อไผ่เพื่อบำรุงร่างกายที่อ่อนแอ อ่อนเพลียจากการท้องเสีย และรักษาโรคความดันโลหิตสูง ต่อมานำเยื่อไผ่นี้มาผสมในยาหรือทำเป็นอาหารเพื่อลดความดันเลือก ลดคลอเรสตอรอล ลดความอ้วน และรักษาโรครูมาตอยด์ และโรคเกาต์

2 เห็ดเยื่อไผ่

สารสำคัญในเยื่อไผ่ เยื่อไผ่มีสารสำคัญที่ช่วยทำให้ต่อต้านการอักเสบของร่างกาย ได้แก่สารอัลแลนโทอิน ซึ่งสามารถพบได้เหมือนกันในเมือกหอยทาก ซึ่งสารนี้จะช่วยลดการอักเสบ หรือความระคายเคืองในผิวหนัง ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ที่เสื่อมสภาพ และสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้มีความแข็งแรง นอกจากนี้่ ยังเต็มไปด้วยกรดไกลโคลิค (Glycolic acid) ที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อให้ผิวตึงกระชับ และกรดไฮยาลูโลนิค (Hyaluronic acid) ที่ช่วยให้ผิวมีความนุ่มชุ่มชื้น และตึงกระชับ นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยบำรุงสมอง เพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย

คราวนี้มาถึงวิธีการเลือกซื้อเยื่อไผ่กันดีกว่า สำหรับเห็ดเยื่อไผ่สด เราควรเลือกเอาดอกตูมของมันมา แล้ววางทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้เห็ดบานเต็มที่ก่อนเอาไปปรุงอาหาร ส่วนเห็ดอบแห้ง ควรเลือกเห็ดที่มีสีน้ำตาล อย่าเลือกเห็ดตากแห้งสีขาว เพราะมีสารฟอกขาว อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคได้

นอกจากที่เราจะบำรุงกันจากภายในแล้ว เราควรไม่ลืมที่จะหาตัวช่วยที่จะมาบำรุงจากภายนอกกันด้วยนะคะ ซึ่งเมือกหอยทากตอบโจทย์ทั้งหมดค่ะ เพราะในเมือกหอยทาก โดยเฉพาะส่วนแมนเทิลซึ่งเป็นส่วนที่ดีที่สุดมีสารอัลแลนโทอิน กรดไกลโคลิก ไฮยาลูโรนิก เหมือนกันกับที่พบในเยื่อไผ่เลยค่ะ ลองใช้ SNAIL 8 ดู แล้วคุณจะรู้ว่าหน้าใสไร้ที่ติเป็นยังไง

เรียบเรียงจากบทความในเว็บไซต์ www.greenclinic.in.th/dictyophora.html